วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประวัติอำเภอวาปีปทุม

ชุมชนคนท้องถิ่น  เรือนอินทร์  หน้าพระลาน  คม  ชัด  ลึก
เมืองหนองบัว “วาปีปทุม”
“วาปี” แปลว่า หนอง,บึง “ปทุม” แปลว่า  บัว  วาปีปทุม  จึงหมายถึง เมืองหนองน้ำที่บัวขึ้นอยู่
            ในพงสาวดารหัวเมืองมณฑลอีสานของ หม่อมอมรวงศ์วิจิตร(ม.ร.ว. ปฐม  คเณจร) กล่าวถึงการตั้งเมืองวาปีปทุมความว่า พ.ศ. 2422 พระเจริญราชเดช (ฮึง) เจ้าเมืองมหาสารคามเห็นว่า อาณาเขตเมืองมหาสารคามทางทิศใต้ห่างจากตัวเมือง ควรเลือกชัยภูมิพอจะตั้งบ้านใดบ้านหนึ่งให้เป็นเมืองเพื่อสะดวกแก่การปกครอง พร้อมกับคัดเลือกหาตัวบุคคลเป็นเจ้าเมือง
            แล้วเห็นว่า บ้านนาเลาหรือบ้านหนองนาเลา  เป็นบ้านหลังใหญ่มีหลังคาเรือนรวม 300 หลัง มีนายหมวดนายกอง รักษาเขตแขวงพอจะตั้งเป็นเมืองได้ จึงนำความกราบบังคมทูลขอตั้งเมือง รัชกาลที่ 5 จึงทรงลงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “บ้านนาเลา” ขึ้นเป็น “เมืองวาปีปทุม” เมื่อ จ.ศ. 1244 (พ.ศ.2425)ให้ท้าวสุริยะวงศ์(บุญมี)เป็นพระพิทักษ์นรากร เจ้าเมือง  ท้าวมหาพรหม(ย่าง)เป็นอุปฮาช  เพียละคร(เกตุ)เป็นราชวงศ์
            ทั้งนี้ “บ้านนาเลา” หมายถึง บริเวณพื้นที่ที่มีต้นเลาขึ้นอยู่มาก (ต้นเลาเป็นต้นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งชอบขึ้นตามริมน้ำลักษณะคล้ายต้นอ้อ  ต้นแขม  ดอกใช้ทำไม้กวาด  ยอดและหน่อใช้ทำอาหารได้)
            ต่อมา พ.ศ. 2425 เมื่อตั้งท้าวโพธิสาร(อุ่น)เป็นเจ้าเมืองวาปีปทุม แทนพระพิทักษ์นรากร(บุญมี)ที่ถึงแก่กรรม และท้าวมหาพรหม(ย่าง)เป็นอรรคฮาดแล้วนั้นจึงได้ย้ายที่ตั้งเมืองจากบ้านนาเลามายังบ้านหนองแสง เพราะมีทำเลเหมาะสมมีห้วยหนอง คือ หนองแสง  หนองคู  หนองซำแฮด  หนองแคน  หนองกลางดง  และกุดแคน ทั้งยังมีนาเกลือสินเธาว์ จึงพาราษฎรบุกเบิกป่าดงริมหนองซำแฮด ด้านตะวันตกหนองแสงเป็นที่ว่าการเมืองวาปีปทุม
            สภาพแวดล้อมและทรัพยากร เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้งบ้านเมือง เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตของราษฎรและพัฒนาท้องถิ่นที่ควรดูแลรักษาฟื้นฟูไม่ว่ายุคสมัยใด

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น