วันอาทิตย์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ดวงท่านวันนี้

  • คนที่เกิดวันจันทร์ จะมีบริวารนำโชคมาให้มาจากทิศตะวันออก ผิวขาวเหลืองเป็นหญิงมียศศักดิ์ ของนั้นเป็นเครื่องประดับ เช่นเพชร  พลอย เสื้อผ้า
                คนที่เกิดวันจันทร์ ทิศหรดี(ตะวันตกเฉียงเหนือ) เป็นโชค ความสำเร็จ ความสุข ทิศอิสาน(ตะวันออกเฉียงเหนือ)ไม่ดี
               อาชีพที่เหมาะกับคนเกิดวันนี้ คือ ความสวยงาม ความรื่นเริงบันเทิงใจ เสื้อผ้าอาภรณ์ ความมีมารยานิดๆ
              เนื้อคู่ควรเป็นคนเกิดวันพุธกลางคืน(ราหู) เพราะพระจันทร์มีกำลัง 15 พระราหูมีกำลัง 12 รวมกันได้ 27 เท่ากับพระจันทร์ 27 ฤกษ์
              สี...นำโชค คือ..สีเหลืองนวล

วันอังคารที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประวัติอำเภอวาปีปทุม

ชุมชนคนท้องถิ่น  เรือนอินทร์  หน้าพระลาน  คม  ชัด  ลึก
เมืองหนองบัว “วาปีปทุม”
“วาปี” แปลว่า หนอง,บึง “ปทุม” แปลว่า  บัว  วาปีปทุม  จึงหมายถึง เมืองหนองน้ำที่บัวขึ้นอยู่
            ในพงสาวดารหัวเมืองมณฑลอีสานของ หม่อมอมรวงศ์วิจิตร(ม.ร.ว. ปฐม  คเณจร) กล่าวถึงการตั้งเมืองวาปีปทุมความว่า พ.ศ. 2422 พระเจริญราชเดช (ฮึง) เจ้าเมืองมหาสารคามเห็นว่า อาณาเขตเมืองมหาสารคามทางทิศใต้ห่างจากตัวเมือง ควรเลือกชัยภูมิพอจะตั้งบ้านใดบ้านหนึ่งให้เป็นเมืองเพื่อสะดวกแก่การปกครอง พร้อมกับคัดเลือกหาตัวบุคคลเป็นเจ้าเมือง
            แล้วเห็นว่า บ้านนาเลาหรือบ้านหนองนาเลา  เป็นบ้านหลังใหญ่มีหลังคาเรือนรวม 300 หลัง มีนายหมวดนายกอง รักษาเขตแขวงพอจะตั้งเป็นเมืองได้ จึงนำความกราบบังคมทูลขอตั้งเมือง รัชกาลที่ 5 จึงทรงลงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง “บ้านนาเลา” ขึ้นเป็น “เมืองวาปีปทุม” เมื่อ จ.ศ. 1244 (พ.ศ.2425)ให้ท้าวสุริยะวงศ์(บุญมี)เป็นพระพิทักษ์นรากร เจ้าเมือง  ท้าวมหาพรหม(ย่าง)เป็นอุปฮาช  เพียละคร(เกตุ)เป็นราชวงศ์
            ทั้งนี้ “บ้านนาเลา” หมายถึง บริเวณพื้นที่ที่มีต้นเลาขึ้นอยู่มาก (ต้นเลาเป็นต้นไม้ล้มลุกชนิดหนึ่งชอบขึ้นตามริมน้ำลักษณะคล้ายต้นอ้อ  ต้นแขม  ดอกใช้ทำไม้กวาด  ยอดและหน่อใช้ทำอาหารได้)
            ต่อมา พ.ศ. 2425 เมื่อตั้งท้าวโพธิสาร(อุ่น)เป็นเจ้าเมืองวาปีปทุม แทนพระพิทักษ์นรากร(บุญมี)ที่ถึงแก่กรรม และท้าวมหาพรหม(ย่าง)เป็นอรรคฮาดแล้วนั้นจึงได้ย้ายที่ตั้งเมืองจากบ้านนาเลามายังบ้านหนองแสง เพราะมีทำเลเหมาะสมมีห้วยหนอง คือ หนองแสง  หนองคู  หนองซำแฮด  หนองแคน  หนองกลางดง  และกุดแคน ทั้งยังมีนาเกลือสินเธาว์ จึงพาราษฎรบุกเบิกป่าดงริมหนองซำแฮด ด้านตะวันตกหนองแสงเป็นที่ว่าการเมืองวาปีปทุม
            สภาพแวดล้อมและทรัพยากร เป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกตั้งบ้านเมือง เพื่อเอื้อต่อการดำรงชีวิตของราษฎรและพัฒนาท้องถิ่นที่ควรดูแลรักษาฟื้นฟูไม่ว่ายุคสมัยใด

บรรยากาศเมืองมหาสารคาม


บรรยากาศเมืองมหาสารคาม
                รรยากาศยามเช้าของถนนสายหลักในจังหวัดมหาสารคาม  สองฟากฝั่งคร่าคร่ำไปด้วยผู้คน ที่มารอตักบาตรด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เปรมปรีด์ บ่งบอกถึงความสุขจากแรงศรัทธาอันเต็มเปี่ยมที่มีต่อพระพุทธศาสนา  จังหวัดมหาสารคามเป็นเมืองที่สงบร่มเย็น เป็นเมืองที่น่ามาสัมผัสรับไออุ่น แห่งไมตรีจิตของผู้คนและสิ่งแวดล้อม มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยและชาวพุทธทั่วโลก นั่นคือ พระธาตุนาดูน (อยู่ อ.นาดูน) ซึ่งเป็นดินแดนที่เคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยโบราณ (อาณาจักรทรารวดี) ที่มีการขุดค้นพบพระพิมพ์เนื้อดินอันโด่งดังและพระสารีริกธาตุ
                ารเดินทางก็สะดวกเพราะจังหวัดมหาสารคาม เป็นเมืองที่มีจังหวัดใหญ่รายล้อม เช่น ขอนแก่น กาฬสินธุ ร้อยเอ็ด ถนนที่อยู่ในรูปภาพนี้เป็นถนนสายมหาสารคามมุ่งหน้าไปจังหวัดกาฬสินธุ ซึ่งต้องผ่านสิ่งที่น่าดูน่าชมหลายอย่าง ผ่านห้วยคะคาง ลำน้ำชีที่บ้านดินดำ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม   อ.กันทรวิชัย (มีพระรูปเก่าแก่สร้างด้วยหินสิลาแลง) และ อ.ยางตลาด
   
                                                พรใดล้ำ  คำใดประเสริฐ
                                    จงเกิด     กับผู้อ่านทุกท่านด้วยเทอญ




ประวัติจังหวัดมหาสารคาม

จาก บ้านลาดกุดยางใหญ่สู่เมืองมหาสารคาม
               
จ.มหาสารคาม เป็นหนึ่งในพื้นที่ทางประวัติศาสตร์แห่งลุ่มน้ำมูล-ชี วัฒนธรรมดั่งเดิมที่สั่งสมมาตั้งแต่อดีตนับแต่ยุคเก่าแก่ก่อนประวัติศาสตร์กว่า 3,000 ปี ร่วมสมัยกับวัฒนธรรมทุ่งกุลา กระทั่งมาถึงเมื่อสังคมเจริญก้าวหน้าขึ้นจากชุมชน มาจนสร้างบ้านแปงเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์
                มหาสารคาม เดิมเป็น บ้านลาดกุดยางใหญ่  ได้รับการยกขึ้นเป็น เมืองมหาสาลคาม สมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2408 ขึ้นกับเมืองร้อยเอ็ดและโปรดเกล้าฯ ให้ท้าวมหาชัย (กวด ภวภูตานนท์) เป็นพระเจริญราชเดช เจ้าเมือง มีท้าวบัวทองเป็นอุปฮาด และในปี 2412 เมืองมหาสารคาม จึงแยกจากเมืองร้อยเอ็ดขึ้นตรงต่อกรุงเทพฯ ชื่อมหาสารคาม มาจากคำว่า มหา แปลว่า ใหญ่ ยิ่งใหญ่ คำว่าสาร เพี้ยนมาจาก สาละ และคำว่า คาม แปลว่า บ้าน หมู่บ้าน รวมความหมายถึง บ้านต้นยางใหญ่ หรือต้นสาละใหญ่ (สาละเป็นต้นไม้ตระกูลยางชนิดหนึ่ง)
                ชื่อจังหวัด มหาสารคาม ที่ปรากฏปัจจุบันนั้น แต่เดิมเขียนว่า มหาษาลคาม หรือ มหาสาลคาม จากเอกสารเก่าร่วมสมัยการตั้งเมืองและแต่งตั้งตำแหน่งหน้าที่ผู้ดูแลเมืองในสารตราเจ้าพระยาจักรีฯ แม้สะกดหลายอย่างทั้งมหาสาลคาม มหาษาลคาม มหาษรคาม แต่ไม่ปรากฏว่าสะกดเป็น มหาสารคาม เลย
                ประกอบกับชื่อเดิมว่า บ้านกุดยางใหญ่ (บางครั้งชาวบ้านเรียก กุดนางใย มีนิทานท้องถิ่นผูกเรื่องอธิบาย) ซึ่งคำว่า กุด เป็นภาษาท้องถิ่นหมายถึง บึง แหล่งน้ำ หรือลำน้ำด้วน แต่ทางราชการเข้าใจว่า กุด หมายถึง กุฏิ ที่แปลว่าที่อยู่อาศัย จึงใช้คำว่า คาม ที่มีความหมายเดียวกันมาตั้งชื่อ คำว่า ยาง หมายถึง ต้นยาง ส่วน ใหญ่ ตรงกับว่า มหา ที่นำมาใส่ในชื่อ ดังนั้น ชื่อมหาสลคาม น่าจะสอนคล้องกับความหมายเดิมของชื่อท้องถิ่นมากกว่า
                นามบ้านนามเมือง เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสนใจทั้งความหมายและที่มา เพราะมีเรื่องราวของท้องถิ่นอยู่ในชื่อนามนั้น ที่คนรุ่นหลังอาจเข้าใจไขว้เขวไปจากเดิม


_________________________________________
คม ชัด ลึก หน้า 8 วันศุกร์ที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2553
ชุมชนคนท้องถิ่นเรือนอินทร์ หน้าพระลาน